Led ประหยัดไฟอย่างไร

Led ประหยัดไฟอย่างไร ที่ใครๆก็ว่า led นั้นประหยัดไฟ วันนี้เราจะมาเฉลยให้ทราบกันว่า ทำไมแอลอีดีถึงช่วยประหยัดไฟได้ครับ

LED ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพการให้แสงสว่างตั้งแต่ระดับ 90 lm/w ถึง 120 lm/w ซึ่งสูงกว่าหลอดไส้ (หลอดแบบขดลวด) ที่มีประสิทธิภาพการให้แสงสว่างในระดับเพียง 15 lm/w Light Emitting Diode หรือ LED เป็นชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ที่สามารถเปล่งแสงสว่างเมื่อให้กระแสไฟไหลผ่าน ไดโอดสามารถเปล่งแสงออกมาได้โดยมีคลื่นความถี่เดียวและเฟสต่อเนื่องกัน และเปล่งแสงได้เมื่อจ่ายกระแส ไฟฟ้าเข้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลอด LED มีข้อดีและจุดเด่นหลายอย่าง เช่น ใช้พลังงานน้อยแต่ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่สูง ไม่กระพริบขณะเปล่งแสง การเปิด – ปิด หลอดไฟ LED สามารถเปิด-ปิดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอนาน ไม่มี UV แอลอีดี เป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ ที่เคยมีการใช้กันมา และการใช้ LED สามารถประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้ถึง 50-80% โดยเฉลี่ยแล้ว ไฟ LED มีอายุการใช้งาน สูงถึง 50,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 ปี ขึ้นไป

แม้ในปัจจุบันราคาของ หลอด LED จะมีราคาสูงกว่าหลอดทั่วไปเล็กน้อย แต่ถ้าเปรียบเทียบเรื่องระยะเวลาการใช้งาน นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

Led ประหยัดไฟอย่างไร

ข้อดีของหลอด LED ในด้านต่างๆ เช่น

1.ประหยัด เพราะใช้พลังงานน้อยมาก แต่ให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างสูง
2.สว่าง ที่สามารถส่องสว่างได้ทันทีโดยไม่ต้องกระพริบก่อน ทั้งยังไม่ปล่อยรังสี UV
3.ทนทาน โดยสามารถทำงานได้ยาวนานที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับหลอดชนิดอื่นๆ
4.ดีต่อสิ่งแวดล้อม หลอดไฟชนิดนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะนอกจากความประหยัดด้านพลังงานและความคงทนที่สามารถใช้ได้อย่างยาวนาน ทำให้ปริมาณขยะจากหลอดไฟลดลงด้วย

การรณรงค์ส่งเสริมให้เปลี่ยนมาใช้ led และอุปกรณ์ประหยัดไฟประเภทต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน แค่เปลี่ยนมาใช้หลอด LED ก็ช่วยลดการใช้พลังงานได้แล้วถึงครึ่งหนึ่ง

ทำไมจึงควรเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ?

8 เหตุผลดีๆที่ควรเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED

1.มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คุณสมบัติเด่นของหลอดไฟ LED อย่างแรกเลยก็คืออายุการใช้งานของหลอดไฟประเภทนี้ยาวนานกว่าหลอดไฟทั่ว ๆ ไปเฉลี่ย15,000 ชั่วโมง

2.ประหยัดได้สูงสุดถึง 80% หลอดไฟประเภทนี้ช่วยประหยัดไฟได้มากแม้ราคาต้นทุนจะสูงกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ

3.เปิด-ปิดสวิตช์บ่อยก็ไร้ปัญหา หลอดไฟ LED สามารถเปิด-ปิดสวิตช์ได้มากกว่า 5 หมื่นครั้งโดยไม่มีผลกระทบกับหลอดไฟ และยังให้แสงสว่างได้ทันทีเมื่อเปิดสวิตช์ไฟด้วย

4.มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือกใช้

5.ไม่มีรังสียูวีที่ทำอันตรายกับผิวและให้แสงสว่างที่สมจริง ซึ่งนอกจากนี้ ยังเหมาะที่จะใช้กับสิ่งของหรือวัสดุที่ไวต่อความร้อนหรือแสงด้วย เช่น ในพิพิธภัณฑ์

6.เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลอดไฟ LED ไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนักที่เป็นอันตราย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือผลิตด้วยวัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ 100% ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ถึง 3 เท่า

7.ใช้วัตต์น้อยแต่ให้แสงสว่างมาก หลอด LED ใช้กำลังวัตต์น้อยมากเมื่อเทียบกับหลอดไฟประเภทอื่น ๆ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการนำ ไฟ LED เชื่อมต่อเข้ากับระบบแผง โซลาร์เซลล์ และนำไปใช้กับในที่ที่ไฟฟ้าเข้าถึงยาก

8.หลอดไม่ร้อนแม้ตอนใช้งาน ระบายความร้อนได้ดี ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน

ตอนนี้เราได้คำตอบและความเข้าใจเรียบร้อยแล้วนะครับ ว่า Led ประหยัดไฟอย่างไร

หากสนใจเรียนรู้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ทำไม LED ถึงกินไฟน้อยกว่า ? สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความเชิงวิชาการนี้ครับ “ทำไม หลอดไฟ LED ใช้ไฟน้อยกว่า (ฉบับเข้าใจง่าย)